ความโกรธมีรากเป็นพิษ มียอดหวาน

ความทุกข์กับความโกรธเป็นเหตุปัจจัยของกันและกัน เป็นเหตุผลของกันและกัน เช่น ถ้าระงับความไม่พอใจไม่ได้ก็เป็นทุกข์นำไปก่อนแล้วลามไปสู่ความโกรธ ความโกรธก็ส่งผลทำให้วนกลับมาเป็นทุกข์ต่อไป เหมือนไฟน้อยลามต่อไปให้เกิดไฟใหญ่ ความโกรธเกิดเพราะความโกรธก็มี นอกจากนี้ยังมีความโกรธที่เกิดจากความรัก

มีพระพุทธพจน์กล่าวไว้ว่า

ผู้ใดข่มความโกรธที่พลุ่งขึ้นได้ เหมือนสารถีห้ามรถที่กำลังแล่นให้หยุดได้ เราเรียกผู้นั้นว่าเป็นสารถี ส่วนคนที่ไม่สามารถห้ามรถได้ เขาเป็นเพียงคนถือเชือกเท่านั้น

บางแห่งพระศาสดาตรัสถึงความโกรธว่า มีรากเป็นพิษ มียอดหวาน ที่ว่า มียอดหวาน หมายความว่า พอได้ระบายความโกรธแล้วสบายใจ โล่งใจ แต่เนื่องจาก มีรากเป็นพิษ อยู่ จึงเป็นเสมือนของหวานเจือยาพิษที่มีฤทธิ์เป็นการทำลายผู้บริโภคให้พินาศในเวลาต่อมา

ส่วนเบื้องต้นของความโกรธนั้น คือ ความไม่พอใจ (อรติ) ความหงุดหงิด (ปฏิฆะ) ต่อมาจึงเป็นขุ่นเคือง (โกธะ) คิดประทุษร้าย (โทสะ) และปองร้าย (พยาบาท)

ความโกรธเป็นสมุทัย คือ เหตุให้เกิดทุกข์อย่างหนึ่ง สมุทัยเป็นสิ่งควรละ ผู้ละความโกรธได้ย่อมเป็นพระอนาคามี พระอริยบุคคล ขั้นที่ 3 สำหรับผู้ยังละไม่ได้เด็ดขาด ก็ควรพยายามพิจารณาให้เห็นโทษแล้วค่อยๆ ลดลง

นอกจากนี้ พระพุทธองค์ทรงแสดงว่า ความไม่โกรธเป็นกุศลมูล คือ รากเหง้าของกุศล ความโกรธเป็นอกุศลมูล คือ รากเหง้าของอกุศล เมื่อความโกรธเกิดขึ้นแล้ว อกุศลอื่นๆ ก็เกิดตามขึ้นมา เมืื่อมีความไม่โกรธ คือเมตตากรุณาอยู่ กุศลธรรมอื่นๆ ก็เกิดตามขึ้นมา

ถ้าถามว่า อย่างไหนจะดีกว่ากัน ทุกคนก็ต้องตอบว่า ไม่โกรธจะดีกว่า แม้รู้ทั้งรู้อย่างนี้ แต่ที่ยังโกรธอยู่ทุกวันก็เพราะยังอดไม่ได้ ยังควบคุมไม่ได้ เพราะยังไม่ได้ฝึกให้เป็นผู้ไม่โกรธ

 
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s